กฎของเคิร์ชฮอฟฟ์ (Kirchhoff’s Laws)

เคิร์ชฮอฟฟ์ เป็นใคร?

เป็นนักฟิสิกส์ชาวเยอรมันในศตวรรษที่ 19
สิ่งที่ทำให้ชื่อของเขาถูกพูดถึงมาจนถึงวันนี้คือ

กฎของเคิร์ชฮอฟฟ์ (Kirchhoff’s Laws)
ซึ่งอธิบายว่า

  • กระแสไฟฟ้าไหลยังไง
  • แรงดันไฟฟ้าสมดุลยังไง

พูดง่าย ๆ คือ เขาเป็นคนที่ “ทำให้วงจรไฟฟ้าที่ซับซ้อนอธิบายได้ด้วยคณิตศาสตร์”

Kirchhoff

1.กฎของเคิร์ชฮอฟฟ์

ในโลกของไฟฟ้า มีกฎอยู่ไม่กี่ข้อที่คนทั่วไปพอจะเคยได้ยินชื่อ กฎของโอห์ม คือหนึ่งในนั้น มันถูกพูดถึงกันมาก เหมือนดาราที่ใคร ๆ ก็รู้จัก

แต่ยังมีอีกกฎหนึ่ง ที่ไม่ได้ดังเท่า แต่กลับ “สำคัญพอ ๆ กัน” กฎนั้นชื่อว่า กฎของเคิร์ชฮอฟฟ์

คนข้างนอกอาจไม่คุ้น แต่ถ้าคุณคิดจะเดินเข้าไปในโลกของไฟฟ้าจริง ๆ คุณจะเลี่ยงมันไม่ได้ มันไม่ใช่แค่สูตร แต่มันคือ “ความจริง” ของวงจร

และต่อจากนี้เราจะค่อย ๆ ทำความรู้จักมัน

1) กฎกระแส (KCL: Kirchhoff’s Current Law)

กฎข้อแรกของเคิร์ชฮอฟฟ์กล่าวว่า

กระแสไฟฟ้าขาเข้า = กระแสไฟฟ้าขาออก

ภาพในหัว

เหมือนน้ำไหลเข้าท่อแยก

  • เข้ามารวม 10A → ออกต้องรวมกัน = 10A
  • ไม่มีทางหาย ไม่มีทางเพิ่มเอง

ใช้ตอนไหน?

  • วงจร “แยกแขนง” (Parallel)
  • หา “กระแสในแต่ละสาขา”

Insight สำคัญ

  • กระแส “ชอบทางง่าย” → ไหลมากใน R ต่ำ
  • กระแสไหล = แปรผกผันกับ R
    ( I มาก → R น้อย)
    ( I น้อย → R มาก)

2) กฎแรงดัน (KVL: Kirchhoff’s Voltage Law)

กฎข้อแรกที่สองของเคิร์ชฮอฟฟ์กล่าวว่า

ผลรวมของแรงดันไฟฟ้าในวงจรปิด = 0

หรือเขียนอีกแบบ:

แรงดันจ่าย = แรงดันตกคร่อมทั้งหมด

E= แรงดันของแหล่งจ่ายไฟฟ้า เช่น แบตเตอรี่

ภาพในหัว

คุณมีตังค์อยู่ 10 บาท ต้องจ่ายค่าผ่านทาง

  • ด่านแรก 5 บาท
  • ด่านสอง 2 บาท
  • ด่านสาม 3 บาท
  • สุดท้ายกลับจุดเดิม → เหลือศูนย์

ใช้ตอนไหน?

  • วงจร “ลูป” (Loop)
  • หาแรงดันแต่ละจุด

Insight สำคัญ

  • R มาก → แรงดันตกคร่อมมาก
  • R น้อย → แรงดันตกคร่อมน้อย

ⓘ ผลรวมแรงดัน = 0 ได้ยังไง?
จะเห็นว่ากระแสไหลไปทางเดียว จาก (+) → (-)
แต่ Vs มันไหลกลับทาง จาก (-) → (+)
Vs จึงเขียนได้เป็น -Vs

Vs+VR1+VR2=0-Vs + V_{R1} + V_{R2} = 0

VR1+VR2=Vs V_{R1} + V_{R2} = V_s


2. การประยุกต์ใช้กฎของเคิร์ชฮอฟฟ์

โดยการใช้กฎของ Kirchhoff อย่างมีประสิทธิภาพ และนำไปประยุกต์ใช้กับกฎของ Ohm หรือในทางกลับกัน โดยใช้กระบวนการย้อนกลับ จะทำให้สามารถกำหนดค่าของธาตุใดธาตุหนึ่งได้

1) การคำนวณกระแสวงจรย่อย

E คือแบตเตอรี่ 1.5V ต่ออนุกรมกัน 10 ก้อน → E0 = 1.5V × 10 = 15V

1) หาองค์ประกอบพื้นฐาน

  • R รวมทั้งวงจร = 4 + (10||15) = 4+6 = 10Ω
  • กระแสรวม I0I_0 = I0=I1=VR=15V10Ω=I_0 = I_1 = \frac{V}{R} = \frac{15V}{10Ω} = 1.5A

E0=V1+V2E_0 = V_1 + V_2 ; แรงดันคร่อม R1 → V1=I1R1=1.5×4=6VV_1=I_1R_1=1.5\times4 =6V

15=6+V215 = 6 + V_2

156=V215-6=V_2 ; V2=9VV_2=9V

หา I2,I3I_2 , I_3 โดยใช้กฏของโอห์ม

I2=V2R2=910=0.9AI_2=\frac{V_2}{R2} = \frac{9}{10} = 0.9A

I3=V2R3=915=0.6AI_3=\frac{V_2}{R3} = \frac{9}{15} = 0.6A

I1=I2+I3=1.5AI_1=I_2+I_3 = 1.5A

I2+I3=1.5I_2+I_3=1.5

V2R2+V2R3=1.5\frac{V_2}{R_2} + \frac{V_2}{R_3}=1.5

V2(1R2+1R3)=1.5V_2(\frac{1}{R_2} + \frac{1}{R_3})=1.5

V2(R3R2R3+R2R3R2)=V2(R3+R2R2R3)=1.5V_2(\frac{R_3}{R_2R_3} + \frac{R_2}{R_3R_2})= V_2(\frac{R_3+R_2}{R_2R_3}) = 1.5

V2(15+1015×10)=V2(25150)=V2(16)=1.5V_2(\frac{15+10}{15\times10}) = V_2(\frac{25}{150}) = V_2(\frac{1}{6})= 1.5

V2=1.5×6=9VV_2=1.5 \times 6 = 9 V

สรุปแบบ “จำครั้งเดียวใช้ได้ตลอดชีวิต”

กฎใช้กับจำง่าย
KCLจุดแยกกระแสเข้า = ออก
KVLวงรอบแรงดันรวม = 0

3. ไม่เป็นไรหากสามารถคำนวณได้หลายอย่าง

จนถึงตอนนี้ เราได้คำนวณทั้ง กระแส และ แรงดัน ของโหลดแต่ละตัว โดยใช้กฎข้อที่หนึ่งและข้อที่สองของเคิร์ชฮอฟฟ์ร่วมกับกฎของโอห์ม โดยอาศัยค่าที่รู้ เช่น กระแสรวม หรือแรงดันไฟเลี้ยง เป็นจุดเริ่มต้น

อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ เมื่อเราคำนวณ การแบ่งกระแส หรือ การแบ่งแรงดัน เสร็จแล้ว
ค่าที่เหลือมักสามารถหาได้ต่อเนื่อง โดยใช้ กฎของโอห์ม ได้ทันที

ตัวอย่าง

ในตัวอย่าง Way1 เราคำนวณแรงดัน V₂ ได้ก่อน
จากนั้นสามารถใช้กฎของโอห์มคำนวณกระแส I₂ และ I3 ได้ทันที (และเนื่องจาก R₂ กับ R₃ ต่อขนานกัน จึงได้ว่า VR2 = VR3)

แนวคิดสำคัญ

สิ่งที่ควรให้ความสำคัญ ไม่ใช่เพียงการท่องจำสูตรแล้วนำไปใช้ตามรูปแบบ

แต่ควรเข้าใจว่า

  • กฎแต่ละข้อเกิดขึ้นจากอะไร
  • และสะท้อนพฤติกรรมของวงจรอย่างไร

เมื่อเข้าใจหลักการเบื้องหลัง
จะช่วยให้วิเคราะห์วงจรได้ง่ายขึ้น และสามารถประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ที่หลากหลายได้ดีขึ้น

ข้อแนะนำ

สำหรับผู้เริ่มต้น การท่องจำและฝึกใช้สูตรยังคงเป็นสิ่งสำคัญ
แต่ควรฝึกคิดควบคู่กันไป และลองใช้หลายวิธีในการคำนวณ เพื่อให้สามารถเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสถานการณ์ได้ในอนาคต 🔧

Scroll to Top